เบาะรองนั่งกับประโยชน์ดีๆ ที่ให้มากกว่าแค่การนั่งสบาย

เพื่อนๆ หลายคน หากบ้านของคุณหลังเล็ก ห้องหับภายในบ้านไม่มีเฟอร์นิเจอร์รับแขก ไม่มีโต๊ะเก้าอี้ พูดง่ายๆ ว่าอาจจะมีบ้านเป็นลักษณะห้องเช่าเล็กๆ ก็ว่าได้ และการนั่งนั้นเราก็ต้องนั่งแนบกับพื้นกระเบื้องธรรมดา หากนานนั่งไปหลายคนย่อมต้องบ่นอิดออดกับอาการปวดเมื่อยล้าสะโพกไม่น้อยจริงมั้ยคะ และหากเราปล่อยให้ปัญหานี้เกิดขึ้นต่อไป ก็อาจจะทำให้เราเจ็บปวดมากขึ้นก็ได้ ดังนั้น เรามาทำให้การนั่งพักผ่อนในบ้านเต็มไปด้วยความสุขที่แสนผ่อนคลายมากขึ้น กับการเลือกใช้เบาะรองนั่งมาปูนั่งกันดีกว่า เพราะเบาะรองนั่งนั้นมอบสิ่งดีๆ ให้คุณมากกว่าแค่การนั่งสบายเท่านั้น มาดูกันค่ะว่ามีดีอย่างไรบ้าง

มองหาเบาะรองนั่งราคาถูก เบาะนั่งน่ารักๆ  เบาะรองนั่งสุขภาพ หรือขายส่งเบาะรองนั่งสมาธิได้จากนี้ตรงนี้เลยจร้าา กดเล้ยยย

เบาะ เบาะรองนั่งสุขภาพราคาถูก เบาะนั่งสมาธิราคาส่ง
เบาะ เบาะรองนั่งสุขภาพราคาถูก เบาะนั่งสมาธิราคาส่ง

ป้องกันการเจ็บปวด

แน่นอนค่ะว่าถ้าบ้านเพื่อนๆ ต้องนั่งกับพื้นกระเบื้องธรรมดา พื้นแข็งแรงๆ จะยิ่งทำให้เรารู้สึกปวดกระดูกช่วงสะโพกได้ ยิ่งหากใครมีน้ำหนักตัวมาก การนั่งกับพื้นนานอาจจะมีอาการปวดร้าวสะท้านขึ้นมายังกระดูกและส่งผลให้ปวดหลังตามมาได้ด้วย นอกจากนี้ อาจจะมีอาการปวดกล้ามเนื้อได้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น หันมาเลือกซื้อเบาะรองนั่งสวยๆ ใหญ่ๆ เนื้อผ้านุ่ม มีการตัดเย็บดี ละเอียด สวยงามประณีตรองรับการนั่งพักผ่อนในบ้านจะดีกว่า

7.1

ช่วยตกแต่งบ้านให้น่าอยู่ได้มากขึ้น

บ้านเช่าหรือห้องเช่าหลังเล็กๆ ที่อยู่กันแบบเรียบง่ายนั้น คุณไม่จำเป็นจะต้องซื้อชุดโต๊ะรับแขกหรือเฟอร์นิเจอร์รับแขกอย่างโซฟาแพงๆ ก็ได้ เพราะเพียงมีโต๊ะขนาดกลางอาจจะเป็นโต๊ะญี่ปุ่นสีพื้นเรียบๆ มาตั้งวาง แล้วปูด้วยเบาะรองนั่ง 4 ตำแหน่ง ไว้รองรับการมาเยือนของแขกเพียงเท่านี้ก็สามารถจัดโซนดังกล่าวให้กลายเป็นห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นชิลๆ ได้แล้วเช่นกัน แถมยังกลายเป็นห้องอาหารที่ให้ทุกคนภายในบ้านมารับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากันได้อีกด้วย อีกทั้งการนั่งก็จะไม่ลำบากหรือปวดเมื่อยอีกต่อไป เพราะเบาะรองนั่งนั้นมีความนุ่มมาก จึงช่วยรองรับน้ำหนักตัวไม่ให้กดกระดูกจนปวดร้ายตามมาภายหลังนั่นเอง

ซักเก็บและทำความสะอาดบ้านง่าย

เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านของเรา อย่างโซฟารับแขกหรือชุดเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ เราอาจจะทำความสะอาดและเคลื่อนย้ายยาก แต่หากเป็นเบาะรองนั่งแล้วนั่นยังสามารถเก็บซ้อนกันให้เป็นระเบียบหลังเลิกใช้งานได้ ทำให้เก็บกวาดเช็ดถูบ้านง่ายดายขึ้น นอกจากนี้ เพื่อนๆ ควรเลือกซื้อประเภทที่สามารถถอดซักออกได้ด้วยนะคะ ซึ่งปัจจุบันก็มีเบาะรองนั่งมากมายหลายแบบที่สามารถถอดซิปออกมาซักได้ค่ะ ทำให้เราทำความสะอาดตัวเบาะได้ง่าย งานนี้ก็จะยิ่งรองรับการนั่งสบาย และสะอาดสบายตา มั่นใจว่าจะไม่มีสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคปะปนภายในบ้านแน่นอน แขกไปใครมาเยือนบ้านเมื่อเห็นแล้วก็จะยิ่งประทับใจไม่น้อยเลยล่ะ กับไอเดียการตกแต่งบ้านให้น่าอยู่ด้วยการใช้เบาะรองนั่งสวยๆ ลายน่ารักๆ มาปูนั่นเองค่ะ

ดังนั้น บ้านของเพื่อนๆ ที่หากไม่มีโซฟารับแขกก็ไม่ต้องน้อยใจไปนะคะ เพียงเลือกซื้อเบาะรองนั่งสวยๆ มาใช้ปูพื้นตามที่เราแนะนำ รับรองค่ะว่าทุกการนั่งของคุณจะมาพร้อมความผ่อนคลายอย่างสุดๆ แน่นอน

 

Save

Save

Save

เติมความผ่อนคลายแบบง่ายๆ ด้วยการแต่งบรรยากาศให้บ้านเงียบ…สงบ

บ้านคือหนึ่งในสถานที่แห่งความรื่นรมย์ที่จะช่วยสร้างคุณภาพที่ดี เติมความสดใสและสมบูรณ์แบบให้ทั้งกายและใจ การตกแต่งบ้านให้เหมาะสมและผ่อนคลายจึงเป็นสิ่งที่ผู้คนไม่ควรมองข้าม เนื่องจากที่พักอาศัยเป็นพื้นที่ๆ เราใช้งานมากที่สุดในช่วงเวลาเย็นหลังกลับจากทำงาน และในวันหยุดสัปดาห์ นิยามของบ้านที่ดีจึงไม่ใช่เพียงแค่สำหรับนอนหลับและหลบภัยเท่านั้น แต่เรายังสามารถให้มันเป็นสถานที่แห่งการโอบกอดจิตวิญญาณที่เหนื่อยหล้าให้ได้รับการเยียวยากลับมาแข็งแรงดังเดิมอีกครั้งหนึ่ง
เริ่มด้วยการจัดวางสิ่งของให้เป็นระเบียบ

Moroccan-Style-Living-Room-Décor
สิ่งของภายในบ้านที่ดูรกรุงรัง จะทำให้มันดูไม่ค่อยน่ามอง อีกทั้งยังแลดูเหมือนสถานที่ๆ ไม่น่าอยู่อาศัย เต็มไปด้วยฝุ่นละออง และเชื้อโรคที่กำจัดได้ยาก สมาชิกภายในบ้านที่มีปัญหาภูมิแพ้ง่าย อาจจะส่งผลให้เกิดอันตรายเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่รุนแรงตามมาได้ ดังนั้นก่อนเริ่มปรับสภาพบ้านให้ดูดี ควรทำให้มันดูสะอาดตา จัดสิ่งของทุกอย่างโดยแบ่งกลุ่มแยกเอาไว้เป็นหมวดหมู่ เพื่อช่วยให้การหยิบใช้ได้ง่าย และทิ้งข้าวของที่เสียหายไปบ้าง อย่าเสียดายกับสิ่งที่มันใช้ประโยชน์ไม่ได้แล้ว เพราะยิ่งเก็บไว้ก็ยิ่งทำให้บ้านคับแคบมากขึ้น
ใส่ใจกับทุกห้องในบ้าน
ทุกห้องภายในบ้านล้วนมีหน้าที่สำคัญอยู่ในตัวของมันเอง ไม่ว่าห้องไหนจะใช้งานมากน้อยต่างกัน ทว่าการปล่อยทิ้งเอาไว้โดยไม่ใส่ใจจะทำให้สภาพองค์รวมของบ้านดูไม่น่าอยู่ การตกแต่งห้องทุกๆ ห้องให้ดูดีอยู่เสมอ จะช่วยเพิ่มบรรยากาศให้บ้านดูสุขสงบ มองไปทางไหนก็สบายหูสบายตา หากให้ดีลองเชื่อมโยงสีสันและการตกแต่งต่างๆ ของทุกห้องให้เข้ากัน จะช่วยสร้างเอกภาพเป็นหนึ่งเดียว เสริมสไตล์ที่ดึงเอาเสน่ห์โดดเด่นให้บ้านดูสมบูรณ์แบบมากขึ้นกว่าเดิม
อย่าเอาของไม่เป็นอัปมงคลเข้าบ้าน
บางคนมีความเชื่อตามหลักฮวงจุ้ย ของตกแต่งบางอย่างมีความหมายแฝงที่ไม่ค่อยดีนัก จึงไม่ควรนำเอามาวางไว้ในบ้านเพราะจะทำให้บรรยากาศดูหม่นๆ ลงไป อีกทั้งของบางอย่างแม้จะไม่ได้เป็นความเชื่อตามหลักฮวงจุ้ย แต่เฟอร์นิเจอร์บางชินก็พังเสียหาย มีรอยแตกร้าวจนเป็นอันตรายต่อการวางข้าวของเครื่องใช้ โต๊ะเหล็กที่มีสนิกเกาะหรือมีส่วนแหลมคมยื่นออกมา เหล่านี้ก็ควรกำจัดออกไปเพื่อความปลอดภัยของสมาชิกในครอบครัว หากมีงบประมาณหน่อยก็ลองจัดชุดเฟอร์นิเจอร์ใหม่ที่เข้ากัน เน้นสีสันไม่ฉูดฉาดเพื่อสร้างบรรยากาศให้ดูเบาสบายตา

retro-vintage-spacious-sofa-design-make-antique-living-room-decorating_

อย่าขาดธรรมชาติสีเขียว
สีเขียวของต้นไม้ที่แวดล้อมอยู่ทั้งนอกและในบ้านต่างเป็นตัวบำบัดชั้นเลิศ ซึ่งจะช่วยเติมเต็มให้บ้านดูเงียบสงบและผ่อนคลายได้อย่างสมบูรณ์แบบ สีเขียวของต้นไม้นอกจากจะทำให้สบายตาเมื่อมองแล้ว ยังช่วยสร้างความชุ่มชื่นให้บ้านเย็นสบาย แถมด้วยกลิ่นอายอากาศบริสุทธิ์เติมเต็มให้เราได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มอีกด้วย
เพียงเท่านี้เราก็จะได้การตกแต่งบ้านที่ช่วยดึงเอาความเงียบสงบที่คนเมืองส่วนใหญ่ใฝ่ฝันออกมาได้เท่าที่จะสามารถสร้างสรรค์ให้มันเกิดขึ้น แล้วบ้านจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่หลับนอนเท่านั้น ทว่ามันคือพื้นที่แห่งการเยียวและบำบัดจิตใจให้มีสุขภาพที่ดีอีกทางหนึ่งด้วยค่ะ

แต่งหน้าตาม 12 ราศีให้สวยดูดีและเสริมมงคล

วันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับการแต่งหน้าตามราศีมาฝากค่ะ แอบสงสัยแล้วใช่ไหมคะ ว่า แล้วราศีของเราจะต้องแต่งหน้าแบบไหนถึงจะช่วยเสริมดวงตามราศี มาค่ะ เรามาเริ่มดูกันไปทีละราศีกันค่ะ

6.1

ราศีมังกร ให้เน้นคอนทัวร์หน้าเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์แบบของใบหน้า และเสริมบุคลิกภาพที่จริงจังให้กับสาวราศีนี้ค่ะ

ราศีกุมภ์ เพิ่มเสน่ห์ให้ดวงตาด้วยอาย แชว์โดว์สีน้ำเงินเพื่อเพิ่มความสดใสจากพลังน้ำเหมาะกับลักษณะที่รักอิสระของสาวๆราศีนี้ค่ะ

ราศีมีน แนะนำให้สาวๆใช้อาย ไลน์เนอร์โทนสีพาสเทลค่ะเพื่อขับความนุ่มนวล อ่อนหวานในตัวของสาวราศีนี้ให้ออกมาเปล่งประกายสู่ภายนอกค่ะ

ราศีเมษ เสน่ห์ของสาวราศีนี้อยู่ที่ความกล้าที่จะออกไปลุยกับสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ของสาวๆคือริมฝีปากค่ะ เลือกลิปสติกที่สีเด่นชัด ซึ่งสาวๆสามารถเลือกสีให้เหมาะสมกับสีผิวได้ตามสะดวก การมีริมฝีปากเด่นสวยจะช่วยเพิ่มความชัดเจนให้กับใบหน้าของสาวๆ เท่านี้ก็พร้อมเจอกับเรื่องท้าทายที่จะเข้ามาแล้วค่ะ

ราศีพฤษภ เพิ่มเสน่ห์แห่งหญิงสาวด้วยการแต่งตาแบบสโมคกี้อาย ให้เจิดจรัสดั่งอัญมณี โดยเพิ่มความสว่างให้กับดวงตาด้วยเชดสีประกายเพชร ก็จะยิ่งทำให้หนุ่มๆตะลึงไปกับความมีชีวิตชีวาของคุณค่ะ

ราศีเมถุน ในดาวคนคู่ จะมีสิ่งใดเหมาะไปกว่าการใช้โทนสีสองสีเพื่อช่วยให้สาวๆราศีนี้เปล่งประกายความงามและดูเป็นตัวของตัวเองที่สุดค่ะ ลุคที่เหมาะกับสาวๆคือ การใช้ลิปสติกแบบทูโทน เพราะสาวราศีนี้ ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆได้ง่าย ดังนั้นคนรอบข้างจึงจะไม่แปลกใจเลยค่ะที่สาวๆจะแต่งหน้าออกมาได้โดดเด่นขนาดนี้ค่ะ

6.2

ราศีกรกฎ เป็นสาวๆที่เซนซิทีฟต่อทุกความรู้สึก เลยดูเหมือนอารมณ์จะเปลี่ยนไปมาง่าย การแต่งหน้าที่เหมาะกับสาวราศีนี้คือการใช้บรัชออนสีชมพูสว่างสดใส ลุคแก้มอมชมพูเป็นธรรมชาติค่ะ

ราศีสิงห์  สาวๆเจ้าป่า เน้นลุคสีทองแต่งแต้มที่ดวงตาจะยิ่งช่วยเสริมเสน่ห์ความเป็นผู้นำและความมั่นใจของสาวราศีนี้ได้เป็นอย่างดีค่ะ

ราศีกันย์ สาวๆราศีนี้มีความทันสมัยแต่แฝงความขี้อายไว้นิดๆ ลุคการแต่งหน้าจึงเน้นขับผิวที่เปล่งประกายเพิ่มไฮไลท์ให้โครงหน้าดูชัดเจนขึ้นอีกนิดก็ลงตัวสุดๆไปเลยค่ะ

ราศีตุลย์ สาวๆในราศีนี้ดวงตาเป็นสิ่งสำคัญค่ะ ตัวช่วยที่ดีคืออายไลน์เนอร์ วาดให้เป็นรูปร่างที่ชัดเจนเพื่อช่วยขับเน้นดวงตาให้มีเสน่ห์ยิ่งขึ้น เช่น แบบแคทอาย ก็เป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ

ราศีพฤศจิก สาวราศีนี้จะโดดเด่นด้วยลุคสโมคกี้แบบวิบวับค่ะ เลือกอาย แชว์โดว์แบบส่องประกายวิบวับ หรือสีเขียวเข้มก็ยิ่งช่วยเสริมลุคสาวราศีนี้ได้ดีค่ะ

ราศีธนู ราศีสุดท้ายนี้ คิ้วเข้มๆจะช่วยให้สาวๆราศีนี้ดูโดดเด่น เสริมบุคลิกที่ง่ายๆสบายๆและยิ่งช่วยขับเสน่ห์ของสาวราศีนี้ออกมาได้เต็มที่ค่ะ เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย อ่านแล้วลองปรับเอาไปใช้กันดูนะคะ หวังว่าสาวๆทุกราศีจะแฮปปี้กับการแต่งหน้าค่ะ

Save

จัดการกับลุคสโมคกี้อายให้เป๊ะ

เชื่อว่าลุคในการแต่งหน้าที่สาวๆใช้เป็นไม้ตาย หนึ่งในนั้นคือลุคสโมคกี้อายใช่ไหมคะ หลายคนเคยลองแต่งหน้าแบบนี้แล้วกลายเป็นแพนด้า หรือเหมือนเพิ่งโดนใครต่อยมา แต่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปค่ะ เพราะวันนี้มีเคล็ดลับจากเมคอัพอาร์ตติส คุณ Mima Jose จาก  the Top L’Oréal Paris ProArtist และคุณ Dell Ashley โดยเว็บไซต์ makeup.com  มาฝาก สาวๆจะได้นำเคล็ดลับนี้ไปใช้ในการแต่งหน้าแบบสโมคกี้อายในครั้งต่อไป ให้ออกมาดูดีเหมือนมีเมคอัพอาร์ตติสมืออาชีพมาแต่งให้เลยล่ะค่ะ มีคำแนะนำไว้ดังนี้ค่ะ

5.1

1.ลงอายแชว์โดว์ย้อนกลับ

คุณ Jose บอกว่าหลายคนมักจะลงสีที่เข้มที่สุดก่อนที่รอยพับของเปลือกตา และใช้อายไลน์เนอร์สีเข้มตั้งแต่แรก แต่คุณ Jose แนะนำว่าให้เริ่มลงอายแชว์โดว์จากโหนกคิ้วก่อน เพราะจะช่วยให้เราเกลี่ยสีของอายแชว์โดว์ได้ง่ายขึ้น และไม่พลาดกลายเป็นแพนด้าค่ะ และคุณ Jose แนะนำให้เลือกลงไฮไลท์จากโทนสีกลางๆก่อน วิธีนี้เหมาะที่จะไล่ระดับสีของอายแชว์โดว์และทำให้สีของอายแชว์โดว์ไม่เลือนหายไปง่ายๆค่ะ วิธีนี้ไม่ว่าสาวๆจะมีรูปตาแบบไหนก็สามารถทำได้ จากนั้นค่อยลงอายแชว์โดว์สีเข้มขึ้นอีกนิดและเกลี่ยให้เข้ากันโดยใช้แปรง ตรงนี้ให้ระวังไม่ให้สีที่เราลงเพิ่มไม่เข้มโดดกว่าสีที่เราลงที่เปลือกตาครั้งแรกนะคะ ต่อมาจึงลงสีอายแชว์โดว์ที่เข้มที่สุด และลงใกล้กับแนวขนตาแล้วเกลี่ยให้เนียนก็เป็นอันเสร็จแล้วค่ะ

2.ใช้อายไลน์เนอร์แบบดินสอเป็นพื้น

ถ้าสาวๆต้องการให้ลุคสโมคกี้อายนี้เข้มขึ้น คุณ Jose แนะนำว่า ให้ใช้อายไลน์เนอร์สีดำเป็นพื้นค่ะ โดยลงให้ทั่ว แล้วลงอายแชว์โดว์จากนั้นก็เกลี่ยให้กลมกลืนกันค่ะ ถ้าหากว่าได้สีที่เข้มมากเกินกว่าที่เราต้องการ แก้ได้โดยการพยายามเกลี่ยออกหลายๆครั้งค่ะ

3.สโมคกี้อายสำหรับลุคกลางวันแต่งให้ใกล้กับแนวขนตา

คุณ Dell Ashley แนะนำว่าลุคสโมคกี้อายสำหรับกลางวันควรแต่งหน้าให้ออกมาดูอ่อนกว่าแบบที่จะแต่งตอนกลางคืนค่ะ โดยการแต่งตาให้ใกล้กับขนตา พยายามอย่าแต่งให้เข้มจนเกินไป และกรีดตาเฉพาะขอบตาล่างค่ะ โดยที่ไม่กรีดหางตาต่อออกไปค่ะ เพราะจะทำให้ดูเข้มจนเกินไปนั่นเอง

รู้เคล็ดลับการแต่งหน้าจากเมคอัพอาร์ตติสกันไปแล้ว สาวๆอย่าลืมเอาไปปรับใช้ในการแต่งหน้าแบบสโมคกี้อายครั้งต่อไปเพื่อลุคสวยเป๊ะกันนะคะ บอกลาปัญหาตาแพนด้าได้เลยค่ะ

 

9 ลุคน่ารักๆสำหรับคืนเดท

มีหนุ่มมาขอเดท สาวๆอย่างเราก็ต้องคิดเตรียมทั้งเสื้อผ้าหน้าผมให้สวยเป๊ะ เพื่อให้คู่เดทของเราประทับใจจนอยากขอเดทต่อในครั้งต่อไปอีก หลายคนกังวลว่าแล้วเราจะแต่งหน้าแบบไหนดี แบบนี้แรงไปไหม แบบนั้นดูจืดไปหรือเปล่า ดังนั้นเว็บไซต์ allure.com เลยรวบรวมลุคน่ารักๆที่เหมาะจะให้สาวๆแต่งหน้าไปเดทกันค่ะ ลองมาดูกันเลย

 

4.1

BORDEAUX LIPS

ลุคนี้เน้นที่ริมฝีปากของสาวๆให้โดดเด่น เตะตาด้วยการเลือกใช้ลิปสติกโทนสีแดงเข้ม และแต่งหน้าส่วนอื่นๆด้วยโทนสีน้ำตาลอ่อน และเน้นใช้สีที่ใกล้เคียงกลืนไปกับผิวหน้าของเราเพื่อที่จะขับเน้นจุดโฟกัสมาที่ริมฝีปากอันเย้ายวนนั่นเองค่ะ แต่อย่าลืมดัดขนตาและปัดมาสคาร่าให้ขนตาของเราดูงอนยาวเพิ่มเสน่ห์ให้ดวงตาด้วยนะคะ

ALLOVER BRONZE

การแต่งหน้าลุคนี้เน้นความเป็นธรรมชาติ ให้ใบหน้าของเราดูกระจ่างใสโดยใช้บรอนเซอร์แบบฝุ่นมาเป็นตัวช่วยคุมโทน และใช้อายไลน์เนอร์สีน้ำตาลมากรีดให้ดวงตาของเราดูสวยเฉี่ยว ส่วนริมฝีปากเลือกลิปสติกสีสว่างๆ เช่นสีน้ำตาลอ่อนนิดๆ หรืออาจจะใช้โทนสีนู้ดเพื่อโชว์ให้เห็นริมฝีปากเรียบเนียนอวบอิ่มดูสุขภาพดีของสาวๆกันค่ะ

CHAMPAGNE SMOKY EYES

สโมคกี้อาย ลุคนี้ถึงหลายๆคนจะนึกถึงว่าจะออกมาแบบเซ็กซี่แต่เราก็สามารถทำให้ลุคนี้ออกมาน่ารักเหมาะสำหรับคืนเดทนี้ได้ค่ะ ด้วยการเลือกอายแชว์โดว์ที่สีสว่างและดูเบาขึ้นกว่าการแต่งหน้าสโมคกี้อายแบบปกติ เช่น สีน้ำตาลอ่อน และแทนที่เราจะเกลี่ยให้สีของอายแชว์โดว์ดูเข้มไปเต็มเปลือกตา เราก็แทนที่ด้วยการเกลี่ยให้สีดูเบาลงและยังเหลือที่ว่างของเปลือกตาให้มากขึ้นค่ะ

4.2

CLASSIC SMOKY EYES

แต่สาวๆบางคนก็ยังคงชื่นชอบและมั่นใจในลุคการแต่งหน้าแบบสโมคกี้อาย และเลือกใช้ลุคนี้ในการไปเดทด้วย ซึ่งก็ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรตายตัวในการเอามาห้ามว่าไม่ควรแต่งหน้าแบบไหนไปเดทกันหรอกนะคะ เพียงแค่สาวๆมั่นใจก็จัดการได้เลยค่ะ ลุคนี้หลายๆคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี คือการใช้อายไลน์เนอร์แบบดินสอสีดำระบายลงบนเปลือกตา หลังจากนั้นก็จัดการเกลี่ยให้กลืนสม่ำเสมอกันทั้งเปลือกตา และลดความเข้มดุของตาด้วยการเกลี่ยบริเวณด้านบนของเปลือกตาให้สีอ่อนลงไม่ดูเป็นขอบของสีที่ชัดเจนนั่นเองค่ะโดยหัวใจของลุคนี้คือดวงตาที่เราตั้งใจแต่งแต้มมาอย่างดี ดังนั้นสาวๆควรจะใช้คอนซีลเลอร์หรือรองพื้นในการปกปิดรอยต่างๆบนใบหน้าให้เรียบร้อยนะคะ หนุ่มๆจะได้โฟกัสมาที่ดวงตาอันทรงเสน่ห์ของสาวๆที่เดียวไม่มีจุดไหนมาดึงความสนใจไปได้

PURPLE EYES

ดวงตาสีม่วงสดใสนี้จะช่วยให้สาวๆดูสดชื่น เปี่ยมไปด้วยพลังงาน น่าเข้ามาพูดคุยด้วยค่ะ สำหรับอายแชว์โดว์สีม่วงยังเหมาะกับทุกสีผิวโดยอาจเน้นโทนม่วงอ่อนไปจนถึงม่วงเข้มแล้วแต่สีผิวของสาวๆค่ะ จากนั้นจัดการกรีดอายไลน์เนอร์สีดำ และปัดมาสคาร่าเบาๆให้ขนตาดูไม่หนาหนักจนเกินไปเพื่อเพิ่มให้ลุคนี้ดูมีเสน่ห์ หรูหราและน่าค้นหาค่ะ

FLUSHED CHEEKS

ลุคนี้นึกถึงแก้มอมชมพูมีเลือดฝาดแบบเด็กเวลาแก้มแดงเป็นธรรมชาติ ดูน่ารักน่าหยิกดีใช่ไหมคะ เคล็ดลับคือการใช้ครีมบรัชออนเนื้อบางเบาเกลี่ยให้กลืนไปกับผิวหน้า และแตะครีมบรัชออนเบาๆที่จุด Apple of the cheeks (คือจุดที่เวลาเรายิ้มแล้วแก้มของเราจะกลมๆนูนขึ้นมา จุดนั้นนั่นแหละค่ะ) แล้วเกลี่ยย้อนขึ้นไปทางหูก็จะช่วยทำให้แก้มของเราดูสดใสเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นค่ะ ส่วนโทนสีของครีมบรัชออน แนะนำสีชมพูกุหลาบสำหรับสาวที่มีสีผิวอ่อน โทนสีปะการังสำหรับสาวผิวสีอ่อนถึงกลางๆ และโทนสีน้ำตาลปนแดงสำหรับสาวสีผิวกลางถึงแทนค่ะ

4.3

TANGERINE LIPS

เป็นลุคสบายๆง่ายๆเป็นกันเองค่ะ ด้วยการใช้นิ้วในการทาลิปสติกที่ริมฝีปากของเรา โดยเลือกโทนสีที่จะทำให้ริมฝีปากของเราดูสว่างและชุ่มชื่นค่ะ โดยที่ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการวาดขอบริมฝีปากแต่อย่างใดนะคะ ขอแค่ลิปสติกไม่เลอะออกมาก็โอเคแล้วค่ะ เพราะลุคนี้เน้นความสบายๆผ่อนคลายค่ะ

ICY METALLIC EYES

สีเงินก็ดูจะเป็นสีที่ช่วยให้สาวๆดูเปล่งประกายได้อยู่เสมอค่ะ ลุคนี้ให้สาวๆเขียนขอบตาด้วยอายไลน์เนอร์สีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม จากนั้นก็ลงอายแชว์โดว์โทนสีเงินแวววาวได้เลยค่ะ แต่ระวังค่อยๆในการลงสีนะคะ จากบางเบาก่อนแล้วค่อยเข้มขึ้น จากนั้นจึงทำการเกลี่ยให้สม่ำเสมอทั่วทั้งเปลือกตาค่ะ

BOLD LASHES

ลุคนี้เน้นที่ขนตาดูหนา งอนยาว ขับเน้นให้ดวงตาดูหวานขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะค่ะ หัวใจสำคัญของการแต่งหน้าลุคนี้คือการทำให้ขนตาดูหนา งอนยาวอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีมาสคาร่ามาเกาะที่เส้นขนตาเป็นก้อน หรือขนตาของเราดูหนาหนักจนเกินไปค่ะ โดยเน้นที่การดัดขนตาให้งอนก่อนการปัดมาสคาร่านะคะ อย่าได้ปัดมาสคาร่าแล้วค่อยมาดัดขนตาเชียว

สำหรับลุคการแต่งหน้าที่นำมาฝากในวันนี้ หวังว่าจะมีประโยชน์ให้สาวๆจะลองเอาไปปรับใช้ให้เข้ากับเสื้อผ้าหน้าผมในคืนสำคัญของตัวเองกันนะคะ

Save

8 ไอเทมจากเกาหลีที่ต้องลอง

เรื่องเครื่องสำอาง ความสวยความงาม เทรนด์ในการแต่งหน้า การแต่งตัวหนึ่งในประเทศที่เรานึกถึงก็ต้องมีแดนกิมจิ ประเทศเกาหลีใต้ใช่ไหมคะ เชื่อว่าสาวๆหลายคนคงทั้งเคยไปเที่ยวและลองใช้เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีอยู่มากมายหลายชนิดกันแล้ว แต่เพราะมีมากมายหลายชนิดกันเหลือเกิน แถมยังสารพัดสารพันคุณสมบัติอีก น่าสับสนและงงมากๆเลยล่ะค่ะ วันนี้เว็บไซต์ michellephan.com เลยมี 8 ไอเทมจากเกาหลีที่อยากแนะนำให้สาวๆลองใช้กันค่ะ

3.1

1.Skin Food Black Sugar Mask Wash Off  มีส่วนผสมของวิตามินหลายชนิด กรดไกลโคลิก และส่วนผสมเกลือแร่ที่ช่วยบำรุงผิว  มาส์กนี้ยังช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าบนใบหน้า กำจัดน้ำมันส่วนเกินรวมถึงเซลล์ที่ตายไปแล้วออกไปด้วยค่ะ

2.Amore Pacific Cushion Compact  คือรองพื้นที่เหมาะกับทุกสภาพผิวค่ะ เพราะเนื้อเป็นแบบบางเบาจึงสามารถซึมซับได้อย่างรวดเร็ว แนะนำให้ใช้ฟองน้ำมาช่วยเวลาลงรองพื้นด้วยนะคะ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาในการลงรองพื้นแล้วผิวหน้าของเราจะดูหนาเป็นหน้าเค้กไปเลยค่ะ

3.Innisfree Green Tea Mask  มาส์กนี้อุดมไปด้วยสารสกัดจากสมุนไพรและสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จะช่วยให้ผิวหน้าของเราได้รับการฟื้นฟูและการบำรุงจากสารสกัดต่างๆค่ะ เมื่อมาส์กเสร็จแล้วผิวหน้าของเราก็จะรู้สึกสดชื่นและมีกลิ่นหอมอ่อนๆด้วยนะคะ

3.2

4.Mizon Snail Recovery Gel Cream อย่าทำให้เหมือกหอยทากมาทำให้สาวๆยี้จนไม่กล้าลองใช้เจล ครีมนี้เลยนะคะ เพราะเหมือกหอยทากนี้สารพัดประโยชน์จริงๆค่ะ ทั้งช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ทำให้รอยสิวจางลง ช่วยป้องกันการเกิดสิว และช่วยชะลอการแก่ของผิวด้วยนะคะ โอ้โห สรรพคุณมากมายแบบนี้ ช้าไม่ได้แล้วแหละค่ะ

5.Too Cool For School Art Class Pencil Eraser Eye Makeup Remover นี่คือสิ่งที่สาวๆหลายคนรอคอยค่ะ เพราะจะช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะเลยเวลาที่กรีดอายไลน์เนอร์แล้วพลาดพลั้งไประหว่างแต่งหน้า ใช้ง่ายมากเหมือนเราใช้ยางลบลบรอยดินสอเลยล่ะค่ะ ไม่ต้องง้อทิชชู่และสำลีแล้ว

6.Nexcare Acne Dressings สติ๊กเกอร์แปะสิวนี้เป็นสิ่งที่หลายคนคุ้นเคยและใช้กันจนแทบจะไม่ต้องอธิบายกันแล้ว เพียงแค่เอาแปะไปที่สิวเท่านั้นแล้วเข้านอน พอตื่นขึ้นมาสิวที่บวมเป่งก็จะยุบลงอยู่ในระดับที่เราสามารถแต่งหน้าได้อย่างสบายใจมากขึ้นค่ะ

5 เฉดสีแต่งหน้าสวยๆ ที่ไม่ซ้ำในวันทำงานแต่ละวัน

เชื่อว่าหลายๆคนคงมีอาการคิดไม่ออก ตัดสินใจไม่ได้ว่า เอ๊ะ วันนี้จะแต่งหน้า แต่งตัวแบบไหนไปทำงานดีนะ โดนเฉพาะลิปสติกที่จะช่วยให้ริมฝีปากของเราสวยโดดเด่นขึ้นมา จะเลือกสีอะไรดีนะ ลิปสติกแท่งโปรดที่ใช้บ่อยๆก็ดูจะให้ลุคที่ซ้ำและจำเจขึ้นทุกวัน แล้วเราจะดูน่าเบื่อไปด้วยไหม สาวๆเชิญมาทางนี้ได้เลยค่ะ วันนี้มีลุคการแต่งหน้าด้วย 5 สีลิปสติกแบบไม่ซ้ำเพื่อช่วยให้คุณครีเอตลุคในแต่ละวันได้อย่างไม่จำเจค่ะ

2.1

วันจันทร์  วันนี้ไม่บอกก็รู้ใช่ไหมคะ ว่าวันแรกของการทำงานจะต้องผจญภัยกับทั้งรถติด ต้องรีบไปประชุม พบลูกค้า เป็นวันที่ทุกคนรีบเร่งไปที่ทำงานกัน วันนี้หลายคนจึงมักจะพลาดในการเลือกลิปสติกค่ะ เนื่องจากความเร่งรีบนี่แหละค่ะ จับแท่งไหนได้ จัดการแต่งหน้าให้เรียบร้อยทันที แต่ช้าก่อนค่ะ ลุคที่เร่งรีบแบบนั้น มักจะทำให้เราเกิดความกังวลระหว่างวันว่า เอ วันนี้เราดูโอเคแล้วหรือยังนะ ดังนั้นในวันที่เร่งรีบแบบนี้ ปลุกพลังความสดใส และความพร้อมในการไปทำงานของสาวๆด้วยลิปสติกโทน pinkish coral หรือโทนสีชมพูกลางๆเหมือนชมพูปะการังในท้องทะเลนี้ จะช่วยให้ใบหน้าของเราสดใส ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมรับสำหรับวันแรกในการทำงานค่ะ

วันอังคาร วันนี้ขอเสนอลุค สุดยอดนางแบบให้สาวๆค่ะ หลังจากที่วันจันทร์อันแสนเหนื่อยล้าผ่านพ้นไป วันนี้ลองแต่งหน้าอ่อนๆในลุค แมคอัพโนแมคอัพ หรือแต่งหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด ประหนึ่งว่าตื่นนอนมา แล้วก็สะบัดผมสองสามที ก็ได้ลุคนางแบบนี้มาโดยธรรมชาติแล้ว สำหรับลิปสติกที่เลือกใช้ก็เน้นโทนสีธรรมชาติ หรือสีนู้ดก็ได้ค่ะ ลุคนี้สาวๆจะได้อวดผิวที่สุขภาพดีให้เพื่อนๆในที่ทำงานได้มองตามพร้อมกับคิดในใจว่า ถึงแม้จะผ่านวันจันทร์ที่ยุ่งเหยิงขนาดไหน แต่สาวๆก็ยังมีสุขภาพผิวที่ดีเยี่ยม เหมือนสุดยอดนางแบบที่พร้อมทำงานในวันอังคารนี้อย่างมั่นใจค่ะ

วันพุธ กลางสัปดาห์แล้วนะคะ สาวๆบางคนอาจมีเดท หรืออาจมีนัดสำคัญกับลูกค้าหรือนัดประชุมสำคัญในวันนี้ ลองเลือกใช้โทนสีสว่าง ระยิบระยับทั้งดวงตาและริมฝีปากค่ะ เพื่อเรียกพลังสำหรับนัดสำคัญของเราค่ะ โดยตบลิปกลอสสีชมพูสดใสที่ตรงกลางก่อนจะค่อยๆเกลี่ยให้สม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ริมฝีปากของสาวๆดูอวบอิ่ม เพิ่มความประทับใจให้กับคู่เดทหรือลูกค้าคนสำคัญค่ะ

2.2

วันพฤหัสบดี ทำงานหัวหมุนกันมาสามวันแล้ว วันนี้แนะนำให้สาวๆอยู่ในลุคที่สบายๆ ผ่อนคลายๆ แต่ก็ใช่ว่าเราจะหน้าซีด ปล่อยตัวตามสบายไปทำงานกันนะคะ มีเคล็ดลับเล็กๆมาฝากค่ะ วันนี้เรามากลบเกลื่อนการขี้เกียจแต่งหน้าของเราด้วยการเลือกสีลิปสติกที่จัดเต็มกันสักหน่อย เพื่อให้ดูเหมือนเราแต่งหน้าจัดเต็มมานั่นเองค่ะ ขอแนะนำโทนสีไวน์เข้มค่ะ อาจจะเป็นแดงเข้ม แดงเกือบม่วง ทำนองนี้ได้เลยค่ะ เท่านี้ลิปสติกก็ช่วยพรางสายตาให้ทุกคนคิดว่า โอ้โห แม้จะวันที่สี่ของสัปดาห์แล้ว แต่ดูเหมือนเราจะยังมีความสดใส มั่นใจและพลังงานยังมีอีกเหลือเฟือในการมาทำงานค่ะ

วันศุกร์ วันนี้เป็นวันที่หลายคนรอคอย และแทบจะนับเวลาถอยหลังให้เลิกงานเร็วเลยใช่ไหมล่ะคะ หลายคนเลิกงานแล้วยังมีปาร์ตี้กับเพื่อนๆต่อ ฉลองให้กับวันสุดท้ายของสัปดาห์การทำงานซะหน่อย ดังนั้นลุคในวันนี้ก็ต้องเป็นลุคที่จะช่วยให้สาวๆมีความมั่นใจตลอดวันไปจนถึงงานปาร์ตี้กันเลย ลุคสโมคกี้อายเบาๆ หรือ เลือกใช้อายไลน์เนอร์สีม่วงสว่างก็เหมาะกับการเป็นสาวมั่นในออฟฟิศและพร้อมสำหรับการไปปาร์ตี้ต่อได้ทันทีค่ะ แต่ลุคนี้เน้นว่าเบาๆนะคะ อย่าใช้โทนสีที่เข้มเกินไป เพราะแบบนั้นจะเหมาะกับงานเลี้ยงกลางคืนมากกว่าที่จะไปทำงานค่ะ และในเมื่อดวงตาของเรามีเสน่ห์ดึงดูดแล้ว ริมฝีปากจึงเลือกใช้ลิปสติกโทนสีนู้ด หรือ สีน้ำตาลอ่อนเพื่อขับเน้นดวงตาของสาวๆกันค่ะ

เป็นยังไงบ้างคะ 5 สีไม่ซ้ำในวันทำงานกับลุคต่างๆ ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะคะ

Save

5 สิ่งที่มักจะพลาดในการแต่งหน้าและวิธีจัดการกับปัญหาเหล่านี้

ไม่มีใครหรอกที่จะไม่เคยทำสิ่งผิดพลาดมาก่อน แต่ถ้าเป็นการทำผิดพลาดในการแต่งหน้า สาวๆหลายคนจะเกิดอาการโมโห เพราะบางครั้งอาจจะต้องรื้อแต่งหน้ากันใหม่หมดเลย หรือบางทีอาจจะเลยตามเลย แต่ไม่ได้ลุคที่ตั้งใจที่จะแต่งหน้าออกมาตั้งแต่แรก วันนี้จะมาบอกสิ่งที่สาวๆมักจะพลาดกันง่ายๆและวิธีรับมือจัดการกับสิ่งเหล่านี้กันค่ะ1.1

1.ไม่ทำความสะอาดแปรงแต่งหน้า

อ๊ะๆ อย่าเพิ่งบอกว่า บ้าน่า ใครจะทำกัน แต่มีจริงๆค่ะ ด้วยหลายๆสาเหตุ หลายๆปัจจัย อาจจะงานยุ่ง ไม่มีเวลามาดูแลทำความสะอาดแปรงแต่งหน้า ก็เลยทดไว้ในใจว่า เอาน่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยทำความสะอาดแปรงก็แล้วกัน แม้ว่าในใจสาวๆก็รู้แหละว่า การไม่ทำความสะอาดแปรงแบบนี้ ไม่ดีแน่ๆ เพราะแปรงที่เราใช้ทุกวันโดยไม่ได้ทำความสะอาดก็จะกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย สิ่งสกปรกต่างๆ จนอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้หรือติดเชื้อตามมาได้ ดังนั้น มาทำความสะอาดแปรงแต่งหน้ากันเถอะค่ะ ง่ายๆด้วยการใช้สบู่เหลวสูตรอ่อนโยน สัปดาห์ละหนึ่งครั้งเท่านั้น ซึ่งสาวๆขา ใช้เวลาไม่นานเลย สาวๆก็จะได้แปรงที่สะอาดและช่วยปกป้องผิวหน้าของเราจากสิ่งสกปรกต่างๆที่จะสะสมในแปรงนะคะ

2.ใช้คอนซีลเลอร์ที่สว่างมากเกินไป

เข้าใจว่าสาวๆอยากจะทำให้บริเวณใต้ดวงตาดูสว่าง ไม่เป็นแพนด้า แต่การเลือกใช้คอนซีลเลอร์ที่สีสว่างกว่าผิวของเราเองจะทำให้สาวๆกลายเป็นแรคคูนได้นะคะ เลือกคอนซีลเลอร์ที่มีสีใกล้เคียงกับสีผิวของเราที่สุดค่ะ เพราะคอนซีลเลอร์สีที่ใกล้เคียงกับสีผิวของเรา เวลาที่เราใช้ก็จะช่วยปกปิดและกลืนไปกับสีผิวธรรมชาติของเราได้ดี ถ้าสาวๆเลือกผิดเบอร์ ผิดสีก็จะกลายเป็นแรคคูน หรือหน้างิ้วไปเลยก็ได้นะคะ

1.2

3.ใช้รองพื้นที่ไม่เหมาะกับโทนสีของผิวหน้า

ปัญหานี้คล้ายกับปัญหาการใช้คอนซีลเลอร์เลยค่ะ เพราะรองพื้นจุดประสงค์ที่เราใช้มัน เพื่อปรับสภาพผิวหน้าของเราให้สม่ำเสมอเป็นธรรมชาติ พร้อมสำหรับการแต่งหน้า เป็นธรรมชาติ ก็ต้องเลือกโทนสีให้ใกล้เคียงกับสีผิวของเรามากที่สุด หลายคนคงเคยเห็นประโยคในอินเตอร์เน็ตที่บอกว่า “รักเพื่อน ช่วยเพื่อนเลือกรองพื้น” เพราะหลายคนเลือกรองพื้นไม่เหมาะกับสีผิว แต่งหน้าออกมากลายเป็นหน้าขาว คอสีเข้มกว่า อันนี้ก็จะไม่น่าดูเท่าไหร่ ถ้าสาวๆมีสีผิวแทนหรือเข้ม ไม่ต้องกังวลว่าหน้าเราจะหมองลงเพราะเลือกรองพื้นสีผิวเดียวกับผิวหน้านะคะ เราสามารถทำให้หน้าเราดูสว่างสดใสขึ้นด้วยบรอนเซอร์ได้ค่ะ ใช้การไฮไลท์และคอนทัวร์เข้าช่วยด้วย เท่านี้สาวๆก็มีใบหน้าที่สว่างใส ออร่ากระจาย

4.ดัดขนตาหลังจากปัดมาสคาร่า

ปัญหานี้จะว่าพลาดก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพียงแต่ถ้าสาวๆต้องการให้ขนตาดูงอนยาว เด้งตลอดวันก็ควรจะทำการดัดขนตาให้เรียบร้อยก่อนจะปัดมาสคาร่าค่ะ เพราะเมื่อปัดมาสคาร่าไปแล้ว ขนตาจะหนักทำให้การดัดให้งอนทำได้ยากขึ้นค่ะ นอกจากนั้นสาวๆบางคน มาสคาร่ายังไม่แห้งสนิทก็จัดการดัดขนตาทันที แบบนี้อาจทำให้ขนตาติดอยู่กับที่ดัดได้ และบางทีจะทำเลอะเปลือกตาได้อีก ดังนั้นท่องจำ เตือนตัวเองกันเอาไว้ค่ะ ดัดแล้วค่อยปัด หรือบางคนอาจเลือกใช้มาสคาร่าที่ช่วยให้ขนตาของเรางอนยาวมากยิ่งขึ้นก็ได้นะคะ แต่ยังไงดัดก่อนปัดชัวร์กว่าค่ะ

1.3

5.จัดเต็มทั้งใบหน้า

อธิบายปัญหานี้ได้ง่ายๆว่า แต่งหน้าแบบงิ้วค่ะ คือจัดเต็มทุกส่วนบนใบหน้า สีสันออกมาแต่งแต้มเต็มใบหน้าไปหมด สาวๆก็ต้องเข้าใจก่อนว่า วันนี้เราจะแต่งหน้าลุคไหนดี ถ้าตาเข้มไปแล้ว ปากอาจจะใช้สีอ่อนลง จะได้ไม่แย่งซีนกับดวงตาที่เราบรรจงลงสโมคกี้อายไป หรือถ้าวันนี้ปากสีแซ่บ พริกสิบเม็ดยังเทียบไม่ติด ในส่วนของตาก็ต้องเลือกสีอ่อนลงมาจากสีลิปสติกเพื่อให้ริมฝีปากสีแซ่บของเราโดดเด่น เตะตาใครต่อใคร ถ้าคิ้วเข้ม ตาเข้ม แก้มแดง ปากก็ยังแดงอีก นึกภาพออกแล้วใช่ไหมคะ ว่าจะออกมาแบบไหน ถือคติน้อยคือมาก มากคือพังไว้นะคะ แต่นี่ไม่ใช่กฎตายตัวอะไรนะคะ เป็นเพียงหนึ่งในแนวทางการแต่งหน้าเท่านั้นค่ะ ขึ้นอยู่กับลุคและสไตล์การแต่งตัวด้วยค่ะ

Save

1

ยึดมั่นรั้งรัก

คุณมีความสุขดีกับความรักของคุณอยู่ใช่ไหม เหมือนวันแรกที่เริ่มมีความรักผลิบานในใจอยู่หรือเปล่า หรือมันรู้สึกแห้งผากเหมือนดอกไม้แล้งน้ำอยู่แรมปี เหี่ยวเฉาอยากจะละทิ้งไป แต่ก็ยังคิดได้ว่า “ยังรัก

หัวใจที่เคยกระชุ่มกระชวยเมื่อได้เจอหน้าอีกฝ่าย กลับกลายเป็นความน่าเบื่อ เป็นอะไรเดิมๆที่ทอดสายตามองไปแล้วไม่เห็นถึงความแปลกใหม่ แต่อยากรั้งเอาไว้เพราะว่าอีกฝ่ายยังคงมีความหมายในวันเวลาที่เหนื่อยล้าหรืออยากมีใครสักคนเคียงข้างกาย แต่ในเวลาปกติ ไม่ค่อยจะเห็นค่าสักเท่าไหร่

นั่นมีความหมายว่าคุณกำลัง “รั้งรัก” เอาไว้ เหมือนหนามที่คอยเกี่ยวผิวเนื้อ ขูด ขีด บาดลึกลงไปในเนื้อนั้น หนามไม่ได้สนใจว่าจะต้องทำให้ใครเสียน้ำตาหรือเสียเลือดเนื้อเพียงใด หนามก็ยังคงเป็นหนามไม่รับรู้ว่าจะทำให้ใครเจ็บปวด การรั้งรักก็เป็นเช่นเดียวกันกับหนามนั้น

ต่างตรงที่คุณและอีกฝ่ายมีหัวใจ มีเลือดเนื้อ และ “ความรู้สึก” การยึดมั่นกับคนรักเพียงยึดเหนี่ยวให้เขาอยู่ข้างกายในเวลาที่ต้องการ แต่ในปกติกลับไม่เหลียวแล ลองคิดทบทวนหัวใจของคุณดูใหม่ ว่าที่ทำไปทำเพราะรักจริงหรือไม่ หรือเพียงเพราะต้องการใครสักคนในบางเวลา เพราะการกระทำแบบนั้นได้ทำร้ายทั้งคนที่คุณคิดว่ารักและตัวของคุณเอง

อีกฝ่ายเจ็บปวดที่มีค่าในบางเวลาที่ต้องการ แต่เขาคงรักคุณไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงไม่ยอมที่จะโดนรั้งรักให้ต้องเจ็บปวด และคุณเองได้ทำร้ายตัวเอง ปิดกั้นสิ่งใหม่ๆปิดกั้นดวงตาทั้งของเขาและของคุณเอง หันมองดีๆว่ามือที่จับแขนที่โอบกอดกันอยู่ตรงนี้ อบอุ่น หรือ เพียงเพราะต้องการไออุ่น

1

คิดถึง

คิดถึงเป็นพฤติกรรมเกิดขึ้นได้อยู่บ่อยๆ โดยที่ความคิดถึงนั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดกับคนรักเสมอไป สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย และทุกสถานภาพความสัมพันธ์ เป็นความรู้สึกดีๆที่มีให้กัน

และมักจะส่งต่อเป็นทอดๆเป็นเหมือนลูกโซ่ และเป็นคำที่เอ่ยได้ไม่ยากเลย รวมถึงเราสามารถคิดถึงใครหลายๆคนได้พร้อมกัน ความคิดถึงมีได้ตลอดเวลาเพียงแค่เรากำลังคิดโน่นนี่ไปสารพัด เราก็จะคิดถึงใครบางคนที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องได้อย่างง่ายดาย

ความสุขเล็กๆมักจะเกิดขึ้นข้างในจิตใจ เมื่อเราได้ยินคำว่า “คิดถึงนะ” จากใครบางคน เพียงเท่านี้หัวใจก็พองโตได้ เหมือนนิยามที่ว่า จะรักให้รักมากๆแต่ให้พูดถึงน้อยๆ คิดถึงให้คิดถึงน้อยๆแต่บ่อยๆและพูดให้มากๆ ความคิดถึงเป็นเรื่องที่มักจะวนเวียนอยู่ในหัว

เป็นทั้งเรื่องดีและเรื่องเลวร้ายที่ผ่านเข้ามาให้จดจำ คิดถึงเรื่องดีก็ยิ้มได้ คิดถึงเรื่องร้ายก็พลอยหน้าตาเศร้าหมอง แต่ความคิดถึงบางครั้งก็ทำให้เราทรมาน

อย่างการคิดถึงคนที่อยู่ไกลแสนไกลหรือสิ่งของเป็นที่รักที่สูญหาย แต่นั่นก็แสดงถึงว่าคนๆนั้นสำคัญและสิ่งของเหล่านั้นเป็นสิ่งของที่รักและให้ความสำคัญ

แต่ถึงอย่างไรความคิดถึงก็ยังวนอยู่รอบๆตัวเรา ลองมองดูคนข้างๆหรือกล่องข้อความดู บางทีอาจจะมีคำว่าคิดถึงโผล่มาให้รู้สึกดีก็เป็นได้

  • 1
  • 2